อย่าละเลย!! อาการแพ้ “นมวัว” ไม่ระวังอันตรายถึงชีวิต (รู้แล้วแชร์ต่อ)

หลังโซเซียลแชร์ข้อมูลของผู้ปกครองรายหนึ่ง ที่บอกว่าถูกครูในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง บังคับให้เด็กกินนมวัวทั้งๆ ที่เด็กแพ้นมวัว จนลูกมีอาการแพ้ ถ่ายเป็นมูกเลือด อีกทั้งยังมีการใช้ไซริงค์ฉีดนมเข้าปากจนลูกปากเป็นแผล และผู้ปกครองรายนี้ได้พาลูกลาออกจากโรงเรียนดังกล่าวแล้ว ล่าสุดวานนี้ทางโรงเรียนได้จัดประชุมผู้ปกครองนักเรียนแจงข้อเท็จจริง ยืนยัน ผู้ปกครองไม่เคยแจ้งลูกแพ้นมวัว

image

อาการแพ้นมวัวของเด็กนั้นหากไม่ศึกษาหรือไม่ระมัดระวังการเลือกกินนมในชีวิตประจำวัน อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตเด็กได้ โดยสาเหตุการแพ้นมวัวเกิดจาก ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานของร่างกาย เห็นโปรตีนในนมวัวเป็นสิ่งแปลกปลอม และพยายามกำจัดออก ทำให้เกิดอาการต่างๆจนเด็กไม่สบาย โดยเฉพาะอาการทางระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ก็มีอาการของระบบอื่นๆด้วย เช่น ผิวหนัง และทางเดินหายใจ

image

สำหรับอาการการแพ้นมวัวมักเกิดในเดือนแรกๆของชีวิต หลังจากที่เด็กได้รับนมวัวจะมีอาการแพ้เกิดขึ้น ซึ่งมีระยะเวลาเกิดอาการเป็น 2 แบบ คือ 1.อาการเกิดแบบรวดเร็ว (Rapid onset) หลังได้รับนมวัว อาการที่เกิดแบบรวดเร็ว จะเกิดทันทีหลังได้รับนมวัว คือ เด็กจะมีอาการกระสับกระส่าย อาเจียน หายใจหอบ มีเสียงวี้ด มีอาการบวม มีลมพิษตามตัว คันตามตัว และมีถ่ายเป็นเลือด และ2.อาการเกิดแบบช้า (Delayed หรือ Slower onset) คือ เกิดอาการแพ้ค่อยเป็นค่อยไป อาจเกิด 7 ถึง 10 วัน หลังจากได้รับนมวัว อาการที่พบส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่เกิดอาการช้า โดยจะมีอาการถ่ายเหลว อาจมีเลือดปนมากับอุจจาระด้วย อาเจียน ไม่อยากรับอาหาร หงุดหงิด ปวดท้อง

วิธีป้องกันและรักษาการแพ้นมวัวอย่างไร?

1. รักษาอาการที่เกิดเฉียบพลัน เช่นเดียวกับรักษาภาวะแพ้เฉียบพลันอื่นๆ ต้องได้รับยาเอปิเนฟรีน (Epinephrine) ฉีด ต้องดูแลเรื่องของระบบหายใจ และหัวใจ และต้องดูแลอาการผู้ป่วยต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

2. หลีกเลี่ยงนมวัว และอาหารที่มีนมวัวเป็นส่วนประกอบ

3. ให้อาหารอื่นทดแทนนมวัวเพราะเด็กต้องการโปรตีน และแคลเซียมเพื่อการเจริญเติบโต ในเด็กเล็ก ดังนั้นการให้นมแม่จะดีที่สุด

4. ถ้าเด็กไม่สามารถกินนมแม่ได้ อาจจะต้องใช้นมพิเศษ หรือนมที่มีการปรับเปลี่ยนกรดอะมิโน ซึ่งแน่นอน นมที่ดัดแปลงดังกล่าวจะมีราคาค่อนข้างแพง และควรปรึกษาแพทย์เรื่องนมชนิดนี้

5. ในเด็กที่แพ้นมวัว และมีอาการแบบรวดเร็ว ควรต้องมีการพกยาฉีด เอปิเนฟรีน ติดตัวไว้ หากมีอาการแพ้อาหารที่ประกอบด้วยนมวัว ซึ่งเด็กอาจมีอาการเมื่อสัมผัสส่วนประกอบของอาหารโดยไม่ตั้งใจ ต้องมีการฝึกฝนให้ฉีดยานี้ได้

เด็กที่แพ้นมวัวมีโอกาสเป็นโรคใดบ้าง?

การแพ้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากพันธุกรรม และโอกาสของเด็กที่จะเป็นโรคภูมิแพ้จะมากขึ้นเมื่อมีญาติสายตรงเป็นโรคภูมิแพ้กันหลายคน เช่น หากพ่อแม่ทั้งคู่เป็นโรคภูมิแพ้ อาจไม่ต้องเป็นอย่างเดียวกันก็ได้ เช่น คนหนึ่งเป็นโรคหืด คนหนึ่งเป็นผื่นแพ้ ลูกจะมีโอกาสแพ้มากกว่ามีพ่อหรือแม่ แพ้เพียงคนเดียว ส่วนเด็กที่แพ้นมวัวตั้งแต่ในอายุขวบปีแรก มักเป็นผลพวงมาจากครอบครัวที่เป็นโรคภูมิแพ้ โอกาสจะแพ้ อาหาร ยา สิ่ง สารต่างๆจึงสูงกว่าคนทั่วไป เมื่อโตขึ้น เด็กกลุ่มที่แพ้นมวัว อาจเป็นผื่นแพ้ หรือเป็นโรคหืด หรือแพ้อากาศก็ได้

image

ในยุคนี้ปัญหาการแพ้อาหารในเด็กนั้นเพิ่มขึ้นมาก โดยบางเคสอาจมีความรุนแรงถึงชีวิตได้!! ซึ่งในบรรดาเด็กๆ ที่แพ้อาหาร โรคแพ้นมวัวเป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุด ไม่พบอุบัติการณ์ที่แท้จริงของโรคแพ้นมวัว เนื่องจากเกณฑ์ในการวินิจฉัยโรคแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ แต่สถิติของโรคแพ้นมวัวในต่างประเทศ พบอยู่ระหว่าง ร้อยละ 1.8-7.5 เลยทีเดียว

“โรคแพ้นมวัว” คือ โรคที่ร่างกายเกิดปฏิกิริยาผิดปกติต่อสารโปรตีนในนมวัว สาเหตุที่เกิดความผิดปกติน่าจะเป็นเรื่องของพันธุกรรม เนื่องจากพบว่าถ้าบิดาหรือมารดาเป็นโรคภูมิแพ้ ลูกจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคแพ้นมวัวด้วย ผู้ป่วยสามารถเกิดอาการได้ในหลายๆ ระบบของร่างกาย เช่น ผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร หรือระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น

โรคแพ้นมวัวมีอาการอย่างไร??

เด็กที่แพ้นมวัวจะแสดงอาการผิดปกติหลายๆ อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้
– อาการผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นลมพิษ
– ปวดท้อง เป็นๆ หายๆ อาเจียน ท้องร่วง อุจจาระปนเลือด
– มีบางรายที่เกิดความผิดปกติในระบบหายใจ หอบเหนื่อย มีเสมหะ ดังครืดคราดเป็นๆ หายๆ
– เด็กที่แพ้นมวัว มักมีน้ำหนักตัวขึ้นช้า ซีดและอ่อนเพลีย

การกินอาหารที่แพ้อย่างต่อเนื่อง อาจไม่มีอันตรายที่เห็นได้ชัด แต่จะเป็นการกระตุ้นให้แพ้รุนแรงขึ้น แต่ตรงกันข้ามหากหลีกเลี่ยงไม่รับสิ่งนั้นเป็นเวลานาน บางครั้งใช้เวลา 1-5 ปี อาจมีโอกาสหายแพ้ได้ค่ะ

image

การป้องกันโรคภูมิแพ้ในเด็กที่มีความเสี่ยง

ควรให้เด็กรับประทานนมมารดาอย่างเดียว ในช่วง 6 เดือนแรก และหลีกเลี่ยง…
– อาหารเสริมใดๆ ในช่วง 6 เดือนแรก
– ไข่แดงในช่วง 2 ปีแรก
– อาหารทะเลในช่วง 3 ปีแรก

พ่อแม่ทุกคนที่มีลูกแพ้อาหาร ควรเรียนรู้วิธีช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินหากลูกมีอาการแพ้ รวมถึงทางโรงเรียนก็ควรมีมาตรการการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ หากเด็กมีอาการแพ้ที่รุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ จะเป็นแพทย์ด้านภูมิแพ้เด็ก หรือ แพทย์ด้านผิวหนังเด็กก็ได้ ที่สำคัญมารดาไม่ควรรับประทานนมวัวมากเกินกว่าปกติในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ (โดยเฉพาะช่วงหลังของการตั้งครรภ์) หรือช่วงให้นมเด็กค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลที่มาจาก fangnapost

Loading...